Bulguksa Temple วัดพุลกุกซา วัดมรดกโลกท่ามกลางขุนเขาแห่งเมืองเคียงจู

            เกาหลีเป็นอีกประเทศที่ในช่วงหนึ่งพุทธศาสนานั้นเจริญถึงขีดสุดและมีการสร้างวัดขึ้นหลายแห่งและได้รับการดูแลรักษาอย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้เราจึงขอแนะนำให้รู้จักกับหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาหลีและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้แก่ วัดพุลกุกซาแห่งเมืองเคียงจู


วัดพุลกุกซา (Bulguksa Temple)

            วัดพุลกุกซา (Bulguksa Temple) วัดพุทธท่ามกลางขุนเขาเขียวขจีตั้งอยู่บนเขาโทฮัมซาน (Tohamsan) ทางตะวันออกห่างจากตัวเมืองเคียงจูไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 16 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลีที่ยังเหลืออยู่มาจนถึงปัจจุบัน


วัดพุลกุกซา (Bulguksa Temple)

            วัดพุลกุกซาเป็นวัดเก่าแก่สมัยซิลลาซึ่งเป็นยุคที่พุทธศาสนารุ่งเรืองมาก อาคารในวัดสร้างครั้งแรกเมื่อปี 751 ในสมัยพระเจ้าพ็อบฮึง (Beop Heung) พร้อมกับถ้ำซ็อกกูรัม โดยการก่อหินซ้อนอิงกับแนวผา ผ่านบันไดหินขึ้นมาถึงประตูทางเข้าจะพบกับรูปสลักทวารบาลเฝ้าอยู่ทั้งสี่ทิศเพื่อปกป้องไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้าสู่ภายในวัดได้
            วัดพุลกุกซาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมร่วมกับถ้ำซ็อกกูรัมเมื่อปี 1995 จากองค์การยูเนสโก ชื่อของวัด “พุลกุกซา” มีความหมายว่า “ดินแดนแห่งพุทธภูมิ” ในบริเวณวัดมีวิหารหินเก่าแก่สมัยซิลลาตั้งกระจายกันอยู่หลายหลังและวิหารไม้ซึ่งส่วนใหญ่สร้างในสมัยโชซอน กลางลานวัดมีเจดีย์สมัยซิลลาอยู่สององค์ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์สถาปัตยกรรมที่งดงามที่สุดของสมัยซิลลา


เจดีย์โบราณวัดพุลกุกซา (Bulguksa Temple)

            เจดีย์องค์เล็กชื่อ “ซ็อกกาทับ” (Seokgatap) สูง 8.2 เมตร ตำนานเล่าว่าผู้สร้างเป็นช่างที่เดินทางมาจากอาณาจักรแพ็กเจ มีการค้นพบวัตถุโบราณล้ำค่าภายในองค์เจดีย์ ส่วนเจดีย์องค์ใหญ่ชื่อ “ทาโบทับ” (Dabotap) สูง 10.4 เมตร พระเจ้าแทซงโปรดให้สร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับบิดามารดา


สวนในวัดพุลกุกซา (Bulguksa Temple)

            ผ่านเข้าไปจะพบวิหารมูซอลจอนที่ใหญ่โตและเก่าแก่ที่สุด วิหารพีโรจอน สถานที่ประดิษฐานพระไวโรจนะ และวิหารควานึมจอน ที่ประดิษฐานรูปแกะสลักไม้เจ้าแม่กวนอิมจากศตวรรษที่ 10 ซึ่งวิหารไม้ส่วนใหญ่จะถูกทาด้วยสีสันฉูดฉาดตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยโชซอน