Lasha เที่ยวลาซา กรุงลาซา เมืองศูนย์กลางเขตปกครองตนเองทิเบต

            เป้าหมายสำคัญของการมาเยือนทิเบตของนักท่องเที่ยวก็คือกรุงลาซา (Lasha) เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองทิเบต กรุงลาซาตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,490 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เรียกว่าสูงสมเป็นหลังคาโลกจริงๆ เมืองลาซามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,300 ปี พื้นที่ภายในแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ด้านตะวันตกเป็นย่านคนจีน ส่วนด้านตะวันออกเป็นย่านเมืองเก่าของทิเบต ส่วนแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นสาสนสถานโบราณ


พระราชวังโปตาลา (Potala Palace)

พระราชวังโปตาลา (Potala Palace)
            พระราชวังที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของทิเบต พระราชวังโปตาลาสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับขององค์ดาไลลามะ ผู้เป็นประมุขทั้งทางศาสนาและอาณาจักรของเขตปกครองตนเองทิเบตทำให้พระราชวังแห่งนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางของทิเบตไปโดยปริยาย พระราชวังโปตาลา


วัดโจคัง

วัดโจคัง (Jokhang Temple)
            ว่ากันว่าวัดโจคังแห่งนี้คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในทิเบต วัดโจคังตั้งอยู่ห่างจากพระราชวังโปตาลาไปไม่ไกลราว 1 กิโลเมตร วัดโจคังสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 เนื่องในโอกาสฉลองการอภิเษกสมรสของพระเจ้าซองเทินกัมโปกับเจ้าหญิงเหวินเฉิงแห่งราชวงศ์ถังและใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโจโบที่อัญเชิญมากจากเมืองจีน วัดแห่งนี้จึงมีความหมายในหลายๆด้าน


อารามเซรา (Sera Monastery)

อารามเซรา (Sera Monastery)
            อารามในนิกายหมวกเหลืองตั้งอยู่ที่เชิงเขาในเขตหุบเขาลาซา อารามเซราสร้างขึ้นในปี 1419 ในอดีตเคยมีพระอาศัยอยู่มากกว่า 5,000 รูป และเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในทิเบต 5 แห่ง แต่ปัจจุบันเหลือพระอยู่ประมาณ 300 รูป และวิทยาลัย 3 แห่ง คำว่า “เซรา” ในภาษาทิเบตหมายถึง “สวนกุหลาบป่า” เนื่องจากในอดีตบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยกุหลาบป่าแต่ปัจจุบันไม่เหลือ


พระราชวังโนร์บูกลิงกา

พระราชวังโนร์บูลิงกา (Norbulingka Palace)
            พระราชวังฤดูร้อนที่ล้อมรอบไปด้วยอุทยานขนาดใหญ่ พระราชวังโนร์บูลิงกาตั้งอยู่ห่างจากกรุงลาซาไปทางตะวันตกราว 5 กิโลเมตร พระราชวังสร้างในสมัยดาไลลามะองค์ที่ 7 ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เพื่อใช้เป็นตำหนักฤดูร้อนของดาไลลามาะในรุ่นต่อๆมา สำหรับพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2001 จากองค์การยูเนสโกเรียบร้อยแล้ว


อารามเดรปุง (Drepung Monastery)

อารามเดรปุง (Drepung Monastery)
            อารามที่ใหญ่ที่สุดในทิเบตและใหญ่ที่สุดในโลก อารามเดรปุงหรือ “เจ๋อป้างซื่อ” ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองลาซาไปทางตะวันตกราว 7 กิโลเมตร สร้างขึ้นในปี 1416 โดยจามยาง ชุเจ (Yamjang Choje) ผู้ที่สามารถรวบรวมเงินในการสร้างโดยใช้เวลาเพียงไม่นานเพื่อเป็นสถานที่ตั้งสถูปบรรจุพระศพขององค์ดาไลลามะองค์ที่ 2, 3 และองค์ที่ 4 ปัจจุบันมีพระอยู่ประมาณ 7,000 รูป ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากเลยทีเดียว


อารามกานเดน

อารามกานเดน (Ganden Monastery)
            อารามใหญ่แห่งที่สามของนิกายหมวกเหลือง อารามกานเดนตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองลาซาไปทางตะวันออก 36 กิโลเมตร เริ่มสร้างเมื่อปี 1409 โดยพระสังกัปปะ (Tsangkapa) ผู้ก่อตั้งนิกายหมวกเหลือง ในอดีตเป็นสถานที่ประทับของอดีตองค์ดาไลลามะช่วงก่อนที่จะมีการสร้างพระราชวังโปตาลา ในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมอารามได้รับความเสียหายอย่างหนัก สมบัติล้ำค่าสูญหายไปจนหมด ส่วนอาคารที่เห็นในปัจจุบันนั้นได้รับการบูรณะใหม่ในปี 1985


พิพิธภัณฑ์ทิเบต (Tibet Museum)

พิพิธภัณฑ์ทิเบต (Tibet Museum)
            สถานที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุและโบราณวัตถุสำคัญของทิเบตเอาไว้ พื้นที่ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ชั้นล่างใช้จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการเข้ายึดครองทิเบตของจีนและผลกระทบจากการยึดครอง ส่วนชั้นบนจัดแสดงเรื่องราวทางสังคมของทิเบต ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคตซึ่งเป็นสิ่งที่คาดกันว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


ทะเลสาบนัมโซ (Namtso Lake)

ทะเลสาบนัมโซ (Namtso Lake)
            ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจีนและเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลก ทะเลสาบนัมโซหรือ “นามูโซ” ตั้งอยู่ห่างจากกรุงลาซาไปทางใต้ราว 100 กิโลเมตร น้ำในทะเลสาบนั้นมาจากน้ำฝนและหิมะที่ละลายจากบนภูเขา ไม่มีสิ่งสกปรกเจือปนจึงดูใสสะอาด ทะเลสาบนัมโซ