Matsushima เที่ยวมัตสึชิมะ เมืองมัตสึชิมะ เมืองอ่าวร้อยเกาะจังหวัดมิยางิ

            เดินทางออกจากภูเขาและใจกลางเมืองแล้วไปเยือนเมืองมัตสึชิมะ (Matsushima) เมืองหมู่เกาะตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเซ็นไดในจังหวัดมิยางิ เมืองมัตสึชิมะประกอบด้วยเกาะเล็กๆนับร้อยเกาะซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 3 แหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดของญี่ปุ่นทั้งแมกไม้และฝูงนกนางนวลที่บินส่งเสียงร้องดังไปทั่วบริเวณสะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติ


อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay)

อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay)
            สถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น บริเวณอ่าวมัตสึชิมะเต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยรูปร่างแปลกตาหลายแห่งซึ่งบางแห่งก็มีสถานที่สำคัญตั้งอยู่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของอ่าวได้โดยใช้บริการเรือนำเที่ยวที่จะออกบริการทุกๆ 1 ชั่วโมงรับรองว่าคุ้มค่าที่มาเยือนจริงๆ


ศาลเจ้าโกะไดโด (Godaido Shrine)

ศาลเจ้าโกะไดโด (Godaido Shrine)
            ศาลเจ้าคลาสสิกแห่งมัตสึชิมะซึ่งไม่เปิดให้เข้าชมด้านในแต่จะมีการทำพิธีเปิดศาลเจ้าทุกๆ 33 ปี ศาลเจ้าโกะไกโดสร้างด้วยไม้ขนาดเล็กกระทัดรัดตั้งอยู่บนโขดหินบริเวณริมอ่าวมัตสึชิมะ ตัวศาลเจ้าโกะไดโดสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 807 ตามแบบสถาปัตยกรรมโมโมยามะแต่หลังที่เห็นในปัจจุบันเป็นของที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1604 ตามบัญชาของดาเตะ มาซามุเนะผู้ครองอำนาจในช่วงนั้น


วัดซุยงันจิ (Zuiganji Temple)

วัดซุยงันจิ (Zuiganji Temple)
            วัดเก่าแก่ในนิกายเซนสร้างเมื่อปี 828 โดยพระจิคะคุ ไดชิ (Jikaku Daishi) บริเวณทางเข้าวัดมีต้นสนขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปีเรียงรายเป็นทางยาวขนาบซ้ายขวา ในอดีตวัดซุยงันจิแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดเอ็นปุคุจิ” (Enpukuji) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นซุยงันจิดังปัจจุบันหลังจากดาเตะ มาซามุเนะสั่งให้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่ในปี 1609 ซึ่งบรรยากาศในวัดค่อนข้างสงบเงียบเหมาะแก่การทำสมาธิอย่างยิ่ง


เกาะฟุคุอุระ (Fukuura Island)

เกาะฟุคุอุระ (Fukuura Island)
            เกาะแห่งพฤกษาศาสตร์ธรรมชาติตั้งอยู่ริมอ่าวมัตสึชิมะที่ปกคลุมด้วยด้วยแมกไม้เขียวขจีกว่าร้อยสายพันธุ์ เกาะฟุคุอุระจิมะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้โดยมีสะพานไม้สีแดงยาว 252 เมตรเป็นเส้นทางเข้าตัวตัวเกาะซึ่งผู้เดินทางจะต้องจ่ายเงินค่าผ่านทางเป็นจำนวน 200 เยน สำหรับตัวสะพานได้รับความเสียหายจากซึนามิในปี 2011 แต่ก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่เรียบร้อยแล้ว