Nagasaki เที่ยวนางาซากิ เมืองนางาซากิ เมืองแห่งสันติภาพหลังระเบิดปรมาณู

            นอกจากฮิโรชิม่าที่เป็นเป้าหมายการโจมตีก็มีเมืองนางาซากิ (Nagasaki) เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายจนโดนถล่มย่อยยับในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองนางาซากิเป็นเมืองสัญลักษณ์แห่งสันติภาพภายหลังผ่านพ้นจากฝันร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก เมืองนางาซากิตั้งอยู่ทางชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะคิวชู บรรยากาศในเมืองมีกลิ่นไอของความเป็นตะวันตกและวัฒนธรรมจีนมากที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว


สวนโกลฟเวอร์ (Glover Garden)

สวนโกลฟเวอร์ (Glover Garden)
            สวนสถาปัตยกรรมแบบผสมระหว่างญี่ปุ่นกับยุโรปสร้างเมื่อปี 1863 สวนโกลฟเวอร์ตั้งอยู่บนเนินเขามินามิ-ยามาเตะ โกลฟเวอร์นางาซากิตั้งอยู่บนเนินเขามินามิ-ยามาเตะ ภายในมีคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์ตะวันตกของพ่อค้าชาวสก๊อดแลนด์นาม “โทมัส เบล็ก โกลฟเวอร์” (Thomas Blake Glover) ตกแต่งด้วยรูปปั้นของ “ทามากิ มุอิระ” กับ “ปุชชีนี” สองตัวละครเอกจากนวนิยายเรื่องมาดามบัตเตอร์ฟลายอันเลื่องชื่อ


วัดโคฟุคุจิ (Kofukuji Temple)

วัดโคฟุคุจิ (Kofukuji Temple)
            วัดจีนที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาด้านตะวันอออกเฉียงเหนือของเมืองนางาซากิ วัดโคฟุคุจิสร้างเมื่อปี 1620 ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน ทั้งภายในและภายนอกวัดถูกทาด้วยโทนสีแดง ในวิหารหลักเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ 3 องค์ แต่ก็มีบางส่วนของวัดที่ดัดแปลงเข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่น


วัดโซฟุคุจิ (Sofukuji Temple)

วัดโซฟุคุจิ (Sofukuji Temple)
            วัดจีนอีกแห่งในเมืองนางาซากิวึ่งตั้งอยู่ห่างจากวัดโคฟุคุจิเพียงไม่กี่ร้อยเมตร วัดโซฟุคุจิสร้างเมื่อปี 1629 โดยรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนสมัยราชวงศ์หมิง ภายในวิหารของวัดเป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่หม่าโจวที่ชาวจีนให้ความนับถือมากซึ่งชาวญี่ปุ่นเองก็ให้ความเคารพนับถือไม่น้อยเช่นกัน


โบสถ์คาโทลิกโออุระ (Oura Catholic Church)

โบสถ์คาโทลิกโออุระ (Oura Catholic Church)
            อาคารที่สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมกอธิค (Gothic Architecture) ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น โบสถ์โออุระสร้างเสร็จเมื่อปี 1865 เพื่ออุทิศให้กับชาวคริสต์ที่ถูกตรึงกางเขนในปี 1597 จำนวน 26 คน ด้านนอกมีประติมากรรมนักบวชถูกตรึงกางเขน ส่วนด้านในมีภาพกระจกสีที่สวยงามมาก


สวนสันติภาพนางาซากิ (Nagasaki Peace Park)

สวนสันติภาพนางาซากิ (Nagasaki Peace Park)
            อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหยื่อจากการทิ้งระเบิดจนกระหายน้ำเสียชีวิต สวนสันติภาพหรือ “สวนเฮวะโคเอ็น” (Haiwa Koen) สร้างขึ้นบนตำแหน่งที่เคยเป็นคุกเก่าซึ่งยังคงมีร่องรอยของกำแพงให้ได้เห็นกันซึ่งการทิ้งระเบิดทำให้นักโทษและผู้คุมเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ตรงกลางสวนฯมีรูปปั้นผู้ชายขนาดใหญ่นั่งแล้วใช้มือขวาชี้ขึ้นไปบนฟ้าเพื่อสื่อความหมายถึงการเตือนภัยจากอันตรายของระเบิดปรมาณู ส่วนมือข้างซ้ายเหยียดตรงไปด้านข้างเป็นสัญลักษณ์ของการปรารถนาให้โลกเกิดสันติสุขปราศจากสงครามอันเลวร้ายอีกต่อไป


พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณู

พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณู (Nagasaki Atomic Bomb Museum)
            พิพิธภัณฑ์จัดแสดงหลักฐานในเหตุการณ์การถูกระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ในวันที่ 9 สิงหาคม 1964 ซึ่งนำมาจัดแสดงให้ดูทั้งภาพถ่าย ข้อมูลการระเบิดและเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอีกกว่า 150,000 คนที่ต้องเสียชีวิตลงจนญี่ปุ่นต้องประกาศยอมแพ้สงคราม


โบสถ์อุราคามิ

โบสถ์อุราคามิ (Urakami Cathedral)
            โบสถ์โรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โบสถ์อุราคามิตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางระเบิดของระเบิดปรมาณูเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ตัวโบสถ์สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1925 แต่ได้รับความเสียหายจะระเบิดจนต้องสร้างขึ้นมาใหม่ในปี 1958 ด้านหน้ามีรูปสลักนักบุญไร้ศีรษะไหม้เกรียมตั้งไว้ด้านหน้า ใกล้กันมีกระท่อมหลังเล็กเป็นอนุสรณ์สถานของทากาชิ นางาอิ นายแพทย์ผู้อุทิศชีวิตรักษาผู้ป่วยจากสารกัมมันตภาพรังสีจนตัวเองต้องล้มป่วยและตายลงพร้อมกับผู้ป่วยในปี 1951


เกาะฮาชิมะ

เกาะฮาชิมะ (Hashima Island)
            สถานที่ต้องห้ามที่เต็มไปด้วยอาถรรถ์และความลับที่ทางการญี่ปุ่นต้องคุมเข้ม การจะขึ้นไปเยือนบนเกาะจะต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการและก็ไม่ใช่ทุกรายที่จะได้รับสิทธิ์นั้น ส่วนผู้ที่ได้รับอนุญาตก็ต้องทำตามกฎคือต้องออกจากเกาะก่อนพระอาทิตย์ตกดิน นักท่องเที่ยวจึงไม่นิยมไปเยือน ขณะเดียวกันก็ยื่งทำให้เกาะแห่งนี้มีความลึกลับมากขึ้นไปอีก เกาะฮาชิมะ