Petra นครเพตรา เมืองโบราณกลางทะเลทรายแห่งจอร์แดน

            กลางทะเลทรายอันแห้งแล้งที่มนุษย์ไม่น่าจะอาศัยอยู่ได้แต่กลับทะเลทรายนี้กลับเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญของผู้คนในสมัยโบราณได้อย่างน่าทึ่งซึ่งนับเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่ง วันนี้เราจึงพาไปทำความรู้จักกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ว่านั้นก็คือ “นครเพตรา” เมืองโบราณกลางทะเลทราย


นครเพตรา (Petra)

            นครเพตรา หรือ เปตรา (Petra) ตั้งอยู่ในหุบเขาวาดี มูซา (Wadi Musa) ทางตอนใต้ของทะเลเดดซีประเทศจอร์แดน ในอดีตที่นี่เคยเป็นถิ่นฐานของชาวบานาเทียน (Nabataeans) ชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนกลางทะเลทรายที่มาตั้งรกรากและสร้างบ้านเรือนเอาไว้ในบริเวณนี้


นครเพตรา (Petra)

            เมืองเพตรามีอายุยาวนานกว่า 2 พันปี สร้างขึ้นโดยการสลักหน้าผาหินทรายเข้าไปเพื่อทำเป็นที่อยู่อาศัย นครเพตราเจริญสูงสุดในช่วง 50 ปีก่อนคริสตกาลและกลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดของชาวอาหรับ ชาวบานาเทียนผู้เร่ร่อนจึงได้เปลี่ยนอาชีพมาเป็นพ่อค้าและนักคุ้มครองกองคาราวานเนื่องจากตลอดเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยอันตรายทั้งภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์
            ในภาษากรีกคำว่าเพตรานั้นหมายถึง “หิน” ตรงกับภาพลักษณ์ที่ปรากฏให้เห็น ความยิ่งใหญ่ของเพตรามาถึงจุดเสื่อมลงเมื่อมีเส้นทางการค้าอื่นที่สะดวกและปลอดภัยกว่าเกิดขึ้นทำให้พ่อค้าเลิกสนใจในเมืองเพตรา กระทั่งในปี 106 เมืองเพตราถูกผนวกเข้ากับอาณาจักรโรมันและถูกมุสลิมยึดครองในช่วงศตวรรษที่ 7 จากนั้นเพตราก็กลายเป็นเมืองที่หายสาบสูญไปเป็นเวลานานแสนนาน



            นครเพตราเผยโฉมให้โลกได้รู้อีกครั้งในปี 1812 เมื่อโจฮันน์ ลุควิก เบิร์กฮาร์ท (Johann Ludwig Burckhardt) นักสำรวจชาวสวิสเซอร์แลนด์ได้ค้นพบเมืองเพตราโดยบังเอิญขณะเดินทางจากจอร์แดนไปยังอียิปต์ ในเวลาต่อมาเพตราก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1985 จากองค์การยูเนสโกโดยอธิบายว่า “เป็นหนึ่งในสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ” (One of the Most Precious Cultural Properties of man's Cultural Heritage) และถูกยกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน