Lingyin Temple วัดหลิงอิ่น วัดพระจี้กงเมืองหังโจว

            วัดหลิงอิ่น (Lingyin Temple: 灵隐寺) วัดพุทธตั้งอยู่บนเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบซีหูในเมืองหังโจว วัดหลิงอิ่นมีสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบจึงถูกเรียกว่า ‘วัดซ่อนใจ’ (Temple of the Soul's Retreat) โดยวัดหลิงอิ่นมีความสำคัญทั้งในแง่ศาสนาและประวัติศาสตร์ของจีนเพราะเป็นวัดที่พระจี้กงเคยบวชเรียนอยู่


วัดหลิงอิ่น (Lingyin Temple: 灵隐寺) @ www.absolutechinatours.com

            วัดหลิงอิ่นเป็นหนึ่งในวัดพุทธที่มีอาณาบริเวณกว้างขวางที่สุดของจีน สร้างเมื่อปี 328 สมัยราชวงศ์จินตะวันออกโดยพระภิกษุชาวอินเดียที่มีชื่อจีนว่า ‘ฮุ่ยลี่’ (Huili: 慧理) ซึ่งท่านเดินทางมาเผยแผ่ศาสนาแล้วเห็นว่าภูมิทัศน์แถบนี้งดงามและเงียบสงบมากคล้ายกับเขาศักดิ์สิทธิ์จึงได้มีการสร้างวัดขึ้นมา


วัดหลิงอิ่น (Lingyin Temple: 灵隐寺)

            วัดหลิงอิ่นมีวิหารสำคัญอยู่หลายแห่งซึ่งผ่านการถูกทำลายและบูรณะมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง บริเวณทางเข้าวัดเป็นที่ตั้งของ ‘วิหารกษัตริย์สวรรค์’ (Hall of Heavenly Kings) ด้านหน้าวิหารมีแผ่นป้ายโลหะฝีพระหัตถ์จักรพรรดิคังซี ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรย


วัดหลิงอิ่น (Lingyin Temple: 灵隐寺)

            วิหารหลักของวัดเป็นอาคาร 3 ชั้น ตั้งอยู่ถัดจากวิหารกษัตริย์สวรรค์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศากยมุนี ถัดไปเป็น ‘วิหารพระไภษัชยคุรุ’ (Hall of Medicine Buddha) ภายในประดิษฐานพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต ขนาบข้างด้วยพระโพธิสัตว์เป็นสาวก 2 องค์ คือ ‘พระสุริยประภาโพธิสัตว์’ และ ‘พระจันทรประภาโพธิสัตว์’ โดยทั้ง 3 องค์ถูกเรียกว่า ‘สามมหาโพธิสัตว์’ (Three Great Medicine Bodhisattvas)


วัดหลิงอิ่น (Lingyin Temple: 灵隐寺) @ People.cn

            ภายในวัดยังมีประติมากรรมรูปสลักทางพุทธศาสนาจำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่ทั้งเจดีย์ ถ้ำและรูปสลักหินจำนวนหลายร้อยรูป โดยเฉพาะจุดที่เรียกว่า ‘เฟยไหล เฟิง’ (Feilai Feng: 飞来峰) หรือ ‘ยอดเขาบิน’ (Flying Peak) ซึ่งพระจี้กงบอกให้ชาวบ้านช่วยกันแกะสลักรูปอรหันต์ 500 องค์เอาไว้เพื่อไม่ให้ยอดเขาลอยไปสร้างความเดือดร้อนที่อื่น

            'มีเรื่องเล่าว่าพระจี้กงรู้ล่วงหน้าว่าจะมีภูเขาลอยมาที่หมู่บ้านซึ่งในขณะนั้นผู้คนกำลังจัดพิธีแต่งงาน แม้ท่านจะเตือนชาวบ้านแต่ไม่มีใครสนใจ พระจี้กงจึงแบกร่างเจ้าสาวออกมาจากหมู่บ้านเพื่อให้คนอื่นๆวิ่งตามออกมา จากนั้นพระจี้กงได้ย้อนกลับไปที่หมู่บ้านอีกครั้งเพราะแม่เฒ่าคนหนึ่งไม่มีเรี่ยวแรงที่จะวิ่ง จังหวะนั้นเองภูเขาที่ลอยก็ตกลงในหมู่บ้านพอดี พระจี้กงจึงออกแรงรับเอาไว้จนเกิดเป็นรอยฝ่ามือประทับอยู่บนภูเขา'