Saigo Takamori ไซโกะ ทากาโมริ ซามูไรคนสุดท้ายของญี่ปุ่น

            หากเดินเข้าไปในบริเวณสวนอุเอโนะก็จะพบกับรูปปั้นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่โดยมีสุนัขอีกหนึ่งตัวเคียงข้าง เขาคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เขาคือไซโกะ ทากาโมริ (Saigo Takamori) บุรุษผู้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นซึ่งชื่อของท่านจะถูกกล่าวขานไปชั่วลูกชั่วหลาน


ไซโกะ ทากาโมริ (Saigo Takamori)

            ไซโกะเกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1828 ในครอบครัวซึ่งมีฐานะยากจนที่คาโงชิมะ (Kagoshima) ท่านไซโกะเริ่มเส้นทางอันยิ่งใหญ่โดยทำงานเป็นซามูไรไร้ชื่อเสียงภายใต้ร่มเงาของตระกูลซัตสึมะ (Tatsuma) ซึ่งมีอำนาจมากจนท่านได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพในการล้มล้างการปกครองระบอบศักดินาของโชกุนตระกูลโทกุงาวะ


อนุสาวรีย์ไซโกะ ทากาโมริในสวนอุเอโนะ (Saigo Takamori)

            ในช่วงนั้นตระกูลโทกุงาวะถือได้ว่ามีอำนาจมากที่สุดโดยเฉพาะอำนาจทางการทหาร แต่ตระกูลซัตสึมะเองก็ไม่น้อยหน้าเพราะได้รับการช่วยเหลือจากอังกฤษที่นำทั้งเรือและอาวุธมาสนับสนุนจึงสามารถโค่นล้มอำนาจโชกุนลงได้สำเร็จญี่ปุ่นจึงเข้าสู่ยุคการปฏิรูปเมจิในปี 1868 พร้อมกับการปฏิรูปญี่ปุ่นครั้งใหญ่โดยเฉพาะการฟื้นฟูอำนาจของจักรพรรดิ


ไซโกะ ทากาโมริในการต่อสู้ที่เขาชิโรยามะ (Saigo Takamori)

            แม้จะช่วยเหลือจนได้รับชัยชนะแต่ความไม่พอใจที่รัฐบาลเมจิยอมให้ชาวตะวันตกเข้ามามีบทบาทในการบริหารมากเกินไปทำให้ท่านไซโกะก่อกบฏขึ้นในปี 1877 โดยการโจมตีฐานอำนาจรัฐบาลที่ปราสาทคุมาโมโตะแต่ไม่สำเร็จและถูกต้อนไปจนมุมบนยอดเขาชิโรยามะ


สุสานไซโกะ ทากาโมริ (Saigo Takamori)

            ไซโกะ ทากาโมริรู้ดีว่าไม่มีทางให้ถอยอีกแล้วจึงตัดสินใจจบชีวิตของตนเองโดยให้ลูกน้องตัดศีรษะของตนในวันที่ 24 กันยายน 1877 ผลจากการตายของท่านทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นตระหนักถึงความสำคัญในความเป็นชาติญี่ปุ่น การต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ทำให้ท่านได้รับฉายา “ซามูไรคนสุดท้าย” (The Last Samurai) ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นซามูไรคนสุดท้ายจริงๆแต่เป็นซามูไรผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมตายเพื่ออุดมการณ์ในความรักชาติ ส่วนร่างของท่านถูกฝังอยู่ที่สุสานนันซูในคาโงชิมะ