Temple of Literature วัดวันเหมียว วิหารวรรณกรรมกรุงฮานอย มหาวิทยาลัยแห่งแรกในเวียดนาม

            หลักปรัชญาขงจื๊อนั้นมีอิทธิพลอย่างมากต่อแนวปฏิบัติของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออก แม้แต่ในเวียดนามเองก็ได้รับอิทธิพลมาเช่นกัน โดยในอดีตปรัชญาขงจื๊อได้แพร่เข้ามาในเวียดนามและกลายเป็นหลักพื้นฐานในการดำรงจนมีการสร้างวัดในลัทธิขงจื๊อขึ้นมาในกรุงฮานอยนั่นคือวัดวันเหมียว (Van Mieu) หรือที่รู้จักกันในชื่อวิหารวรรณกรรม (Temple of Literature) อันเป็นสถานที่บ่มเพาะบัณฑิตผู้ทรงภูมิของเวียดนาม


วันเหมียว (Van Mieu)

            อย่างที่ได้เกริ่นนำไปแล้วว่าวัดวันเหมียวแห่งนี้เป็นวัดขงจื๊อ เริ่มสร้างเมื่อปี 1070 ในรัชสมัยของพระเจ้าหลีไทโต (ออกเสียงผิดต้องขออภัย) เพื่อเป็นการเชิดชูให้เกียรติแด่ขงจื๊อโดยสร้างขึ้นให้มีองค์ประกอบตรงตามหลักฮวงจุ้ย ในอีก 6 ปีต่อมามีการสร้างโรงเรียนสำหรับเหล่าขุนนางขึ้นมาภายในบริเวณวัดซึ่งถือได้ว่านี่คือมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม


วิหารวรรณกรรม (Temple of Literature)

            ภายหลังผลัดเปลี่ยนการปกครองมาเป็นราชวงศ์ตรันก็มีการปรับเปลี่ยนกฏเกณฑ์โดยอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาล่ำเรียนได้ แต่แล้วบทบาทการเป็นมหาวิทยาลัยก็ได้ยุติลงเมื่อฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเวียดนามในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 วัดวันเหมียวจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ในสภาพรกร้าง


ศิลลาจารึกจอหงวนในหอวรรณกรรม

            พื้นที่ภายในวัดมันเหมียวแบ่งออกเป็น 5 ชั้น โดยแต่ละชั้นต่างมีจุดเด่นและความสำคัญแตกต่างกันไป ไล่มาตั้งแต่หออักษรสำหรับกวี สระน้ำที่สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ “ศิลลาจารึกจอหงวน” แผ่นหินตั้งอยู่บนหลังเต่าหินซึ่งจารึกชื่อของผู้ที่สอบผ่านหลักสูตรการศึกษาของวัดแห่งนี้ที่หลงเหลือไว้จำนวน 82 แผ่น


วิหารวรรณกรรม (Temple of Literature)

            แม้วัดวันเหมียวจะไม่ได้เปิดสอนเหมือนเมื่อครั้งอดีตแต่ที่นี่ถือเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวทางการศึกษาของเวียดนามที่นักศึกษาและนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเยือนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจกลับไป สำหรับทางการเวียดนามเองก็ให้ความสำคัญกับวัดนี้มากโดยมีการบูรณะวัดครั้งใหญ่ในปี 1920, 1954 และ 2000 ทำให้วัดมีสภาพที่สมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน