Nanking Massacre สงครามนานกิง ประวัติศาสตร์การข่มขืนและสังหารหมู่อันน่าอัปยศ

            ซากศพจำนวนนับแสนกองเกลื่อนกลาดตามท้องถนนและอาคารบ้านเรือนส่งกลิ่นเหม็นเน่าลอยไปไกลหลายกิโลเมตร เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันในชื่อการสังหารหมู่ที่นานกิง (Nanking Massacre) หรือการข่มขืนที่นานกิง (Rape of Nanking) อันเป็นการกระทำที่สุดแสนจะป่าเถื่อนโหดร้ายของผู้มีชัยในสงคราม


การสังหารหมู่ที่นานกิง (Nanking Massacre)

            แม้จะไม่อาจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแต่จากภาพเหตุการณ์และคำบอกเล่าของผู้ที่รอดชีวิตมาได้ก็ทำให้พอจะเข้าใจได้บ้าง พวกเขาคงอยากจะลืมตาตื่นและคิดว่ามันเป็นเพียงฝันร้ายแต่ก็หาทำเช่นนั้นได้ไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องจริงที่ไม่มีวันลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์โลกได้

จุดเริ่มต้น
            13 ธันวาคม 1937 ในช่วงสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สองซึ่งผลจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของจีน ทหารจีนถอยทัพออกจากสนานรบทำให้ประชาชนไม่มีเกราะคุ้มกัน ทหารบางส่วนที่ยังยืนหยัดอยู่ก็ถูกปลดอาวุธและสังหารโดยกองทัพญี่ปุ่นที่กำลังห้าวหาญ สุดท้ายกองทัพญี่ปุ่นก็สามารถบุกยึดนครนานกิงได้สำเร็จและเป็นใบเบิกทางสู่มหกรรมการสังหารแห่งนานกิง


การสังหารหมู่ที่นานกิง (Nanking Massacre)

มหกรรมสังหารหมู่
            การบุกยึดนครนานกิงซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศทำให้จักรวรรดิญี่ปุ่นประกาศชัยชนะเหนือกองทัพจีนได้โดยดุษฎี บัดนี้เกือบทุกตารางนิ้วในนครนานกิงคือเขตอิทธิพลของญี่ปุ่น เหล่าทหารที่กำลังบ้าคลั่งไม่สนว่าประชาชนเหล่านั้นจะเป็นทหารหรือผู้บริสุทธิ์ พวกเขาจะสังหารทุกคนที่เป็นชาวจีนอย่างไร้ความปราณีเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้
            ทหารญี่ปุ่นสังหารชาวจีนโดยไม่เลือกวิธีการ ไล่มาตั้งแต่การขุดหลุมฝังทั้งเป็น ยิงด้วยอาวุธปืน จับร่างมาให้รถถังทัพ เผาทั้งเป็น ตัดคอด้วยดาบ ฯลฯ เชลยศึกจำนวนมากทรมานก่อนตายด้วยการตัดอวัยวะและควักออกมาเหมือนเป็นของเล่น และก็ยังมีพลเรือนอีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกนำมายืนเรียงแถวเพื่อรับกระสุนปืนจากทหารญี่ปุ่นที่กระหน่ำยิงเข้าใส่


การสังหารหมู่ที่นานกิง (Nanking Massacre)

การข่มขืนที่สุดแสนอัปยศ
            แม้กองทัพญี่ปุ่นจะมีกฎว่าห้ามข่มขืนพลเรือนแต่ก็หาได้ทำให้ทหารญี่ปุ่นหยุดยั้งพฤติกรรมเหล่านั้นได้ ทหารญี่ปุ่นลงมือข่มขืนพลเรือนจีนไม่เลือกหน้าและไม่สนอายุ ขอแค่เป็นผู้หญิงเพียงเท่านั้นพวกเขาก็สามารถลงมือได้โดยไม่เลือกสถานที่ โดยหลังจากที่ทำการข่มขืนเรียบร้อยพวกเขาก็จะสังหารเหยื่อเสียเพื่อทำลายหลักฐาน
            เหตุการณ์ครั้งนั้นคาดว่ามีผู้หญิงจีนราว 20,000 ถูกข่มขืน ผู้หญิงหนึ่งคนอาจถูกทหารญี่ปุ่นมากกว่าหนึ่งคนข่มขืน บางรายถูกเรียงคิวจนตาย หากใครไม่ยอมถูกข่มขืนก็จะถูกฆ่าทันที สรุปแล้วไม่ว่าจะถูกข่มขืนหรือไม่หญิงจีนเหล่านี้ก็มีชะตากรรมเดียวกันนั่นคือความตาย
            การข่มขืนแล้วฆ่าสิ้งนั้นเรียกว่าโหดร้ายแล้วแต่ทหารญี่ปุ่นยังคงไม่สาแก่ใจ พวกเขาทำในสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นกับเชลยโดยการบังคับให้ผู้เป็นพ่อข่มขืนลูกสาวและบังคับให้ลูกชายข่มขืนแม่ สำหรับทหารญี่ปุ่นช่างเป็นเรื่องที่น่าสนุกแต่สำหรับผู้ตกเป็นเหยื่อนั้นคงรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น

สิ้นสุดสงคราม
            ภายหลังมหกรรมสังหารและข่มขืนที่นานกิงยุติลง มีการประเมินกันว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะอยู่ที่ 2 แสนถึง 3 แสนคน แม้ปัจจุบันผู้นำญี่ปุ่นจะออกมาแสดงการยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่มันก็ยากที่จะให้อภัยได้ สิ่งที่กองทัพญี่ปุ่นได้กระทำลงไปนั้นกลายเป็นบาดแผลที่ฝังลึกลงในจิตใจของชาวจีน ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจึงไม่มีวันที่จะมาแนบสนิทกันได้