เรื่องราวของบุคคลสำคัญในรัชสมัยจักรพรรดิกวังซวี (Guangxu Emperor) แห่งราชวงศ์ชิงที่ปกครองแผ่นดินจีนและยังคงเป็นที่กล่าวขานมาจนถึงปัจจุบันนอกเหนือจากตำนานของพระนางซูสีไทเฮาผู้กุมอำนาจแล้วก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของสนมเจิน (Consort Zhen: 珍妃) หรือ "มเหสีไข่มุก" (Pearl Concubine) สตรีผู้มีจุดจบอันน่าเศร้า
สนมเจิน (พระมเหสีเค่อชุ่น) รู้จักกันในพระนามเดิมว่าทาทารา (Tatara) ซึ่งเป็นชื่อเผ่าของชาวแมนจู สนมเจิน (เจินเฟย) ประสูติเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 1876 แม้จะเป็นหญิงชาวเผ่าที่ยึดมั่นในขนมธรรมเนียมโบราณแต่พระนางกลับมีความคิดที่ก้าวหน้าและสนพระทัยในศิลปวิทยาการของต่างชาติโดยเฉพาะชาติตะวันตก
ปี 1889 ทาทาราในวัย 13 ปี ถวายตัวเข้าสู่วังหลวงพร้อมกับพี่สาวโดยนางได้รับนาม “เจิน” (Zhen) ส่วนพี่สาวได้รับนาม “จิน” (Jin) ด้วยบุคลิกและแนวคิดแปลกใหม่ทำให้เจินเป็นที่โปรดปราณของจักรพรรดิกวังซวีอย่างมาก กระทั่งฤดูใบไม้ผลิปี 1894 สองศรีพี่น้องก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นสนม
ความสามารถที่โดดเด่นกว่าใครๆทำให้สนมเจินเป็นที่โปรดปราณของซูสีไทเฮาอย่างมากถึงกับส่งเสริมให้สนมเจินได้เรียนศิลปะและดนตรีจากชาวตะวันตก ส่วนจักรพรรดิกวังซวีก็รักสนมเจินหมดหัวใจแต่ไม่สามารถแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮาได้เพราะซูสีไทเฮาเลือกหลงยวี่ซึ่งเป็นคนของพระนางเอาไว้
แต่แล้วความคิดก้าวหน้าของสนมเจินกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง จักรพรรดิกวังซวีที่เคยอยู่ใต้โอวาทของซูสีไทเฮาได้รับอิทธิพลทางความคิดจากสนมเจินจึงเริ่มแข็งข้อและต้องการชิงอำนาจบริหารมาไว้ในมือให้สมฐานะจักรพรรดิซึ่งเท่ากับเป็นการพยายามลบล้างอำนาจของซูสีไทเฮา
ยุคมืดของสนมเจินมาเยือนเมื่อซูสีไทเฮาสบโอกาสส่งนางเข้าตำหนักเย็น กระทั่งถึงเหตุการณ์กองทหารผสมแปดชาติบุกยึดกรุงปักกิ่งและกำลังจะเข้าสู่พระราชวังต้องห้าม จักรพรรดิกวังซวี ซูสีไทเฮาและเหล่าข้าราชบริพารเตรียมลี้ภัยไปยังเมืองซีอาน ซูสีไทเฮาเบิกสนมเจินมาเฝ้าพร้อมกับรับสั่งสุดท้ายให้สนมเจินจบชีวิตลงเสียเพื่อรักษาเกียรติ
แม้สนมเจินจะดิ้นรนร้องขอชีวิตอย่างไรก็ไม่เป็นผล ด้านจักรพรรดิกวังซวีที่รักพระนางมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายซูสีไทเฮาจึงรับสั่งให้ขันทีจับตัวสนมเจินทิ้งลงไปในบ่อน้ำนอกตำหนักหนิงเซี่ย (ทางเหนือของพระราชวังต้องห้าม) และสิ้นพระชนม์ด้วยวัยเพียง 24 พรรษา ตรงกับวันที่ 15 สิงหาคม 1900
เหตุการณ์ช่วงสุดท้ายของสนมเจินนั้นมีนักประวัติศาสตร์ออกมาให้ความเห็นที่ต่างออกไป บ้างว่าสนมเจินยอมรับชะตากรรมแต่นางร้องขอให้ซูสีไทเฮาปล่อยจักรพรรดิกวังซวีเป็นอิสระจนเป็นเหตุให้ซูสีไทเฮาโกรธถึงกับรับสั่งให้ขันทีจับตัวสนมเจินโยนลงไปในบ่อน้ำ บ้างว่าสนมเจินขัดขืนสุดชีวิตและด่าว่าซูสีไทเฮาจนถูกจับโยนลงบ่อน้ำ
แต่ไม่ว่าชีวิตช่วงสุดท้ายของสนมเจินจะเป็นเช่นไรก็นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่นางต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสงสาร สนมเจินมีความใฝ่รู้ในสิ่งที่แปลกใหม่ ทว่านางกลับอยู่ผิดที่ผิดเวลา ความคิดก้าวหน้าของนางสวนทางกับแนวอนุรักษ์นิยมของซูสีไทเฮาอย่างสิ้นเชิง สุดท้ายนางจึงต้องมีจุดจบที่น่าเศร้าและรันทดเช่นนี้