上官婉儿 ซ่างกวน หว่านเอ๋อร์ นายกหญิงคนแรกของจีน

            ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ (Shangguan Wan'er: 上官婉儿) สตรีที่มีชื่อเสียงอย่างมากในหน้าประวัติศาสตร์จีนผู้เป็นทั้งกวี นักเขียนและนักการเมืองหญิงที่โดดเด่นในสมัยราชวงศ์ถัง ความรู้ความสามารถของนางเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับมาจวบจนปัจจุบัน ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์เกิดเมื่อปี 664 นางเป็นหลานสาวของ ‘ซ่างกวนอี๋’ (Shangguan Yí) อัครเสนาบดีในรัชการจักรพรรดิถังเกาจง บิดาคือ ‘ซ่างกวนถิงจือ’ (Shangguan Tingzhi) และมารดาคือ ‘ท่านผู้หญิงเจิง’ (Lady Zheng) ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางที่มีเกียรติภูมิ


ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ (Shangguan Wan'er: 上官婉儿)

            เหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้ชีวิตของหว่านเอ๋อร์พลิกผันเกิดขึ้นเมื่อจักรพรรดิถังเกาจงรู้สึกไม่พอพระทัยที่อำนาจบริหารทุกอย่างตกอยู่ในกำมือของพระนางบูเช็กเทียน พระองค์จึงปรึกษาซ่างกวนอี๋และได้รับคำแนะนำให้ปลดบูเช็กเทียนลงจากอำนาจเสีย อย่างไรก็ตามเมื่อบูเช็กเทียนรู้เรื่องเข้าพระเจ้าถังเกาจงจึงโบ้ยความผิดทั้งหมดให้ซ่างกวนอี๋ บูเช็กเทียนจึงกล่าวหาว่าซ่างกวนอี๋ร่วมมือกับ ‘หลี่จง’ (Li Zhong) โอรสองค์โตของถังเกาจงเพื่อล้มล้างอำนาจโดยลงโทษประหารซ่างกวนอี๋ ซ่างกวนถิงจือผู้เป็นบุตรชายก็ถูกบังคับให้ปลิดชีวิตตัวเองตามไป ส่วนหว่านเอ๋อร์และมารดาถูกส่งตัวเข้าไปเป็นนางกำนัลในวังเมื่อปี 665
            ระหว่างเติบโตในวังหว่านเอ่อร์ได้ร่ำเรียนการเขียนอ่านตำราจากมารดาจนค้นพบความสามารถในการประพันธ์ ครั้นพระนางบูเช็กเทียนพบบทกวีของหว่านเอ๋อร์ในหอสมุดจึงมีพระบัญชาให้หว่านเอ๋อร์เข้าเฝ้า แม้จะยังเยาว์วัยแต่หว่านเอ๋อร์ก็สามารถแสดงความสามารถในการประพันธ์ได้อย่างไพเราะเสนาะหูเป็นที่ประทับใจพระนางบูเช็กเทียนยิ่งนักจึงแต่งตั้งหว่านเอ๋อร์เป็นเลขนุการส่วนพระองค์ทำหน้าที่ร่างพระราชเสาวนีย์ด้วยวัยเพียง 13 ปี
            อนึ่งพระนางบูเช็กเทียนรู้สึกชื่นชอบในตัวหว่านเอ๋อร์ ความเฉียวฉลาดของหว่านเอ๋อร์ทำให้พระนางบูเช็กเทียนรู้สึกราวกับได้เห็นพระองค์เองในอดีต อีกเหตุผลคือต้องการจับตาดูหว่านเอ๋อร์ว่ามีความคิดล้มล้างอำนาจพระนางเหมือนผู้เป็นปู่หรือไม่ แต่หว่านเอ๋อร์ก็ไม่มีความคิดเช่นนั้นและรู้ดีว่าที่คนในตระกูลถูกลงโทษเป็นเพราะทำความผิดเอาไว้จึงไม่คิดโกรธแค้นพระนาง ดังนั้นยิ่งเวลาผ่านไปพระนางบูเช็กเทียนจึงยิ่งรู้สึกรักและเอ็นดูหว่านเอ๋อร์มากไม่ต่างไปจากที่รัก ‘องค์หญิงไท่ผิง’ (Princess Taiping) ผู้เป็นธิดาของพระนาง


ซีรีส์ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ 2015

            หว่านเอ๋อร์กลายเป็นคนสนิทที่พระนางบูเช็กเทียนจะขาดเสียไม่ได้ (เรียกสั้นๆว่ามือขวา) เมื่อสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดินีในปี 690 หว่านเอ๋อร์จึงได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านการปกครองและการบริหารร่วมด้วยซึ่งตำแหน่งของนางนั้นเทียบได้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงถือได้ว่าซ่างกวนหว่านเอ๋อร์คือนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในหน้าประวัติศาสตร์ของจีน
            เมื่อพระนางบูเช็กเทียนเลือกสถาปนา ‘องค์ชายหลี่เสียน’ (Li Xian) ขึ้นครองราชย์ครั้งแรกเป็น ‘จักรพรรดิถังจงจง’ (Emperor Zhongzong of Tang) หว่านเอ๋อร์ได้รับการแต่งตั้งเป็นสนม แต่เพราะจักรพรรดิถังจงจงมีความคิดที่สวนทางกับพระนางบูเช็กเทียนมากเกินไปจึงถูกปลดลงจากบัลลังก์แล้วตั้ง ‘องค์ชายหลี่ตัน’ (Li Dan) ขึ้นเป็น ‘จักรพรรดิถังรุ่ยจง’ (Emperor Ruizong of Tang) สืบทอดบัลลังก์ กระทั่งเกิดการรัฐประหารทำให้จักรพรรดิถังจงจงกลับมาครองราชย์อีกครั้งในปี 705 หว่านเอ๋อร์ได้รับการสถาปนาเป็นมเหสีโดยยังคงใช้ความสามารถของนางในการร่างราชโองการและมีส่วนร่วมในการบริหารงานเมือง
            ในปี 710 จักรพรรดิถังจงจงสวรรคตซึ่งลือกันว่าเป็นฝีมือของ ‘จักรพรรดินีเหวย’ (Empress Wei) มเหสีอีกคนของถังจงจงที่ต้องการครองอำนาจเฉกเช่นพระนางบูเช็กเทียน จักรพรรดินีเหวยจึงร่วมมือกับ ‘องค์หญิงอันเล่อ’ (Princess Anle) ผู้เป็นธิดาลอบวางยาพิษและยึดอำนาจได้สำเร็จ ส่วนองค์หญิงอันเล่อก็ถูกตั้งเป็นรัชทายาท แต่แผนการครองแผ่นดินของจักรพรรดินีเหวยเป็นอันต้องล้มเหลวเพราะไม่นานหลังจากนั้นองค์หญิงไท่ผิงสนับสนุนองค์ชาย ‘หลี่หลงจี’ (Li Longji) โอรสจักรพรรดิถังรุ่ยจงนำกองกำลังบุกเข้าวังหลวงสังหารจักรพรรดินีเหวยและองค์หญิงอันเล่อรวมทั้งคนในครอบครัวของจักรพรรดินีเหวยจนหมดสิ้น ส่วนซ่างกวนหว่านเอ๋อร์นั้นแม้จะมีราชโองการของจักรพรรดิถังจงจงให้ไว้ชีวิตนางแต่หลี่หลงจีปฏิเสธและนำตัวนางไปตัดศีรษะในวันที่ 21 กรกฎาคม ปีเดียวกัน
            ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์จากไปด้วยวัย 46 ปี แต่ความสามารถที่ฝากเอาไว้ผ่านผลงานยังคงเป็นที่จดจำ ในปี 711 องค์หญิงไท่ผิงจึงแนะนำให้องค์ชายหลี่หลงจีสถาปนานาม ‘เหวินฮุ่ย’ (Wenhui) ซึ่งหมายถึงสตรีผู้มีจิตใจบริสุทธิ์งดงามแก่หว่านเอ๋อร์และยังสั่งให้รวบรวมผลงานของนางจัดทำออกมาได้ 20 ชุด เพื่อใช้เป็นตำราให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ดังจะเห็นได้ว่าแม้ซ่านกวนหว่านเอ๋อร์จะเป็นอิสตรีแต่ก็ได้รับการยอมรับไม่ต่างไปจากบุรุษเพศเลยแม้แต่น้อย


สุสานซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ที่มีการค้นพบในปี 2013

            ในเดือนกันยายน 2013 มีการประกาศถึงการค้นพบสุสานที่มีคำจารึกถึงซ่านกวนหว่านเอ๋อร์บริเวณไม่ไกลจากท่าอากาศยานนานาชาติซีอานเสียนหยาง เมืองเสียนหยาง มณฑลส่านซี การค้นพบครั้งนี้ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีว่าเป็นสุสานของหว่านเอ๋อร์จริง แต่น่าเสียดายที่สุสานอยู่ในสภาพเสียหายอย่างรุนแรง กระนั้นการค้นพบในครั้งนี้ก็ถือเป็นการค้นพบครั้งใหญ่อีกครั้งในหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานแดนมังกร