ตัวเลขมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมจีนมานมนาน ชาวจีนมีการผูกโยงตัวเลขเข้ากับระบบความเชื่อกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความโชคดีและโชคร้ายแล้วนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เลขที่ห้อง เบอร์โทรศัพท์ ทะเบียนรถ การกำหนดวันเวลาหรือแม้แต่จำนวนสิ่งของก็ต้องเลือกที่มีตัวเลขมงคล


เลขนำโชคของชาวจีน

เลข 1 (ไม่ดี - ไม่ร้าย)
            เลขหนึ่งเป็นเลขที่ง่ายแต่มีความหมายซับซ้อนที่สุด เลขหนึ่งสื่อความหมายถึง ‘เส้นทาง’ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งทางที่ดีและทางที่ไม่ดีขึ้นอยู่กับบริบท เลขหนึ่งยังถือเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งตามปรัชญาเต๋า ขณะเดียวกันวันคนโสดของจีนก็ตรงกับวันที่ 11 เดือน 11 (พฤศจิกายน)

เลข 2 (โชคดี)
            เชื่อว่าความเป็นคู่จะนำมาซึ่งพรอันประเสริฐ หมายถึง ‘ความสุขสมบูรณ์’ สิ่งของประดับตกแต่งในงานมงคลจะมาเป็นจำนวนคู่เสมอ สัญลักษณ์มงคล ‘囍’ (ซวงสี่) ในพิธีแต่งงานแบบโบราณก็เกิดจากการนำอักษร ‘喜’ (สี่) ที่หมายถึง ‘ความสุข’ จำนวน 2 ตัวมารวมกันกลายเป็นความสุขสองเท่า

เลข 3 (โชคดี)
            เลขสามเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ คำว่า ‘三’ (ซาน) ของเลขสามเสียงพ้องคำว่า ‘生’ (เชิง) ที่หมายถึง ‘ชีวิต’ หรือ ‘การกำเนิด’ สื่อถึงครอบครัวทั้งสามรุ่นได้แก่ วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่และวัยชรา ในทางพุทธศาสนาจีนเลขสามยังสื่อถึงความสมบูรณ์ของ ‘พระรัตนตรัย’ (แก้วสามประการ)

เลข 4 (โชคร้าย)
            เลขโชคร้ายที่สุดของจีน คำว่า ‘四’ (ซื่อ) ของเลขสี่ออกเสียงพ้องคำว่า ‘死’ (สื่อ) ที่หมายถึง ‘ความตาย’ คนส่วนใหญ่จึงมักจะหลีกเลี่ยงเลข 4 เพราะกลัวว่าจะนำโชคร้ายมาให้ ห้องและอพาร์ทเม้นที่มีเลข 4 อยู่มักจะขายได้ยากเพราะคนไม่กล้าอยู่ การมอบสิ่งของจำนวน 4 ชิ้นให้คนอื่นจะถูกมองว่าเป็นการแช่งผู้รับ

เลข 5 (ไม่ดี - ไม่ร้าย)
            เลข 5 สื่อความหมายได้ทั้งทางที่ดีและร้ายขึ้นอยู่กับบริบท คำว่า ‘五’ (อู่) ของเลขห้าเสียงพ้องคำว่า ‘无’ (อู๋) ที่หมายถึง ‘ไม่’ หรือ ‘ไม่มี’ เลข 5 ยังสื่อถึงหลักคิดโบราณของจีนเกี่ยวกับองค์ประกอบ 5 ประการที่ใช้ในศาสตร์ฮวงจุ้ย ศาสตร์การแพทย์และศาสตร์การต่อสู้ของจีน

เลข 6 (โชคดี)
            เลขหกเป็นเลขมงคลอันดับสองของจีน คำว่า ‘六’ (ลิ่ว) ของเลขหกออกเสียงพ้องคำว่า ‘流’ (หลิว) ที่หมายถึง ‘ความราบลื่น’ ธุรกิจจำนวนมากนิยมใช้เลขหกเป็นเลขนำโชค ตรงกันข้ามกับชาติตะวันตกที่มองว่าเลขหกเป็นเลขซาตานและจะนำพาโชคร้ายมาให้

เลข 7 (ไม่ดี - ไม่ร้าย)
            เลขเจ็ดสื่อถึงสิ่งที่ดีและไม่ดี คำว่า ‘七’ (ชี) ของเลขเจ็ดออกเสียงพ้องคำว่า ‘起’ (ฉี่) ที่หมายถึง ‘การเริ่มต้น’ เสียงพ้องคำว่า ‘气’ (ชี่) ที่หมายถึง ‘พลังงาน’ และเสียงพ้องคำว่า ‘欺’ (ชี) ที่หมายถึง ‘การหลอกลวง’ วันแห่งความรักของจีนตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ขณะเดียวกันเดือน 7 หรือเดือนกรกฎาคมก็เป็นเดือนที่เหล่าภูมิผีจะถูกปลดปล่อยมายังโลก

เลข 8 (โชคดี)
            เลขแปดเป็นเลขมงคลที่สุดของจีน คำว่า ‘八’ (ปา) ของเลขแปดเสียงพ้องคำว่า ‘發’ (ฟา) ที่หมายถึง ‘ความมั่งคั่ง’ ‘โชคลาภ’ และ ‘ความเจริญรุ่งเรือง’ ชาวจีนหลีกเลี่ยงเลข 4 ขณะเดียวกันก็พยายามเกี่ยวข้องกับเลข 8 ดังเช่นพิธีเปิดโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งเป็นเจ้าภาพซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 เวลา 08.08.08 (สองทุ่ม แปดนาที แปดวินาที)

เลข 9 (โชคดี)
            คำว่า ‘九’ (จิ่ว) ของเลขเก้าออกเสียงพ้องคำว่า ‘久’ (จิ่ว) ที่หมายถึง ‘ความยาวนาน’ หรือ ‘ชั่วนิรันดร์’ ในงานฉลองครอบรอบวันเกิดและแต่งงานนิยมใช้เลข 9 เพื่อสื่อความหมายถึงความยั่งยืนยาวนาน ในอดีตจักรพรรดิจีนก็สวมชุดคลุมมังกรที่มีลายมังกร 9 ตัว รวมทั้งพระราชวังต้องห้ามกรุงปักกิ่งก็มีทั้งหมด 9,999 ห้อง (ครึ่ง)