พระเจ้าแทจงแห่งโชซอน (Taejong of Joseon: 태종) โอรสองค์ที่ห้าของพระเจ้าแทโจ พระนามเดิมว่า ‘อีบังวอน’ (Yi Bang-won: 이방원) พระราชสมภพเมื่อ 13 มิถุนายน 1367 สวรรคตเมื่อ 30 พฤษภาคม 1422 (55 ปี) เรื่องราวของพระเจ้าแทจงถูกถ่ายทอดผ่านซีรีส์อิงประวัติศาสตร์เกาหลี อาทิ Jang Yeong-sil: จางยองชิล นักประดิษฐ์แห่งโชซอน, Six Flying Dragons: 6 มังกร กําเนิดโชซอน และ My Country: พลิกชาติท้าปฐพี ในบทบาทขององค์ชายผู้ทะเยอทะยานที่ขึ้นครองบัลลังก์ด้วยการนองเลือด


พระเจ้าแทจงแห่งโชซอน (Taejong of Joseon: 태종)

            ในปี 1392 ช่วงที่ราชวงศ์โครยอใกล้ถึงคราวล่มสลาย อีบังวอนสร้างผลงานด้วยการเป็นกำลังหลักในการปราบปรามผู้ภักดีต่อราชวงศ์โครยอและช่วยให้ ‘นายพลอีซองกเย’ ผู้เป็นบิดาสามารถปราบดาภิเษกเป็น ‘พระเจ้าแทโจ’ (Taejo of Joseon: 태조) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซอน ส่วนอีบังวอนได้รับพระยศ ‘เจ้าชายจองอัน’ (Prince Jeong Ahn: 정안대군) ผลงานที่ยิ่งใหญ่ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งราชวงศ์ทำให้ใครๆต่างพากันคิดว่าอีบังวอนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาท แต่เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น...

            'เท้าความกลับไปช่วงที่พระเจ้าแทโจยังเป็นนายพล ท่านมีภรรยาเป็นสตรีจากตระกูลฮันและมีลูกชายหกคนโดยหนึ่งในนั้นคือ อีบังวอน แม้นางจะเสียชีวิตก่อนปราบดาภิเษกแต่พระเจ้าแทโจก็สถาปนาพระราชอิสริยยศนางเป็น ‘ราชืนีชินอึย’ (Queen Sinui: 신의왕후) พระอัครมเหสีพระองค์แรกแห่งราชวงศ์โชซอน ต่อมาพระเจ้าแทโจอภิเษกใหม่กับสนมคนโปรดจากตระกูลคังสถาปนายศ ‘พระมเหสีชินด็อก’ มีโอรส 2 องค์ คือ ‘อีบังบอน’ (Yi Bang-Beon) และ ‘อีบังซอก’ (Yi Bang-Seok) โดยอีบังวอนกับมเหสีชินด็อกกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่ต่างฝ่างต่างหาโอกาสในการกำจัดฝ่ายตรงข้ามให้พ้นเส้นทาง'

            อีบังวอนเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นที่สุดในบรรดาองค์ชายทั้งแปด แต่เขาก็อาจจะกลายเป็นภัยใกล้ตัวได้เช่นกัน พระเจ้าแทโจตระหนักถึงความสำคัญในข้อนี้จึงตัดสินใจเลือก ‘อีบังซอก’ โอรสองค์เล็กของพระนางชินด็อกเป็นรัชทายาทโดยมี ‘ชองโดจอน’ (Jeong Do-jeon: 정도전) อัครมหาเสนาบดีคนสนิทที่ไว้วางพระทัยที่สุดเป็นผู้สนับสนุน เรื่องนี้สร้างความผิดหวังอย่างรุนแรงแก่บรรดาโอรสของพระนางซินอึยเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอีบังวอน ความเจ็บช้ำน้ำใจที่ได้รับในครั้งนี้กลายเป็นชนวนเหตุนำพาไปสู่เหตุการณ์นองเลือดของพี่น้องร่วมสายโลหิต
            ภายหลังพระนางชินด็อกจากไปอย่างกะทันหัน เกิดข่าวลือว่าพระเจ้าแทโจจะยกย่องโอรสที่เกิดจากพระนางชินด็อกให้มีสถานะเหนือกว่าโอรสที่เกิดจากพระนางซึนอึย อีบังวอนไม่รอช้าใช้โอกาสนี้สังหาร ‘อีบังบอน’ และ ‘อีบังซอก’ โอรสทั้งสองของพระนางชินด็อก รวมทั้งสังหารอัครมหาเสนาบดีชองโดจอนที่คอยให้การสนับสนุนพระนางชินด็อกใน ‘เหตุการณ์จลาจลขององค์ชายครั้งที่หนึ่ง’ (제1차 왕자의 난)
            เมื่ออีบังซอกถูกสังหารตำแหน่งรัชทายาทจึงว่างลง อีบังวอนสถาปนา ‘อีบังกวา’ (Yi Bang-gwa: 이방과) ผู้เป็นพี่ชายคนรองขึ้นเป็นรัชทายาท พระเจ้าแทโจรู้สึกเศร้าพระทัยที่เห็นพี่น้องต้องเข่นฆ่ากันเองจึงสละราชบัลลังก์ดำรงพระยศ ‘แทซังวัง’ (กษัตริย์ที่สละหรือถูกปลดลงจากบัลลังก์) อีบังกวาซึ่งเป็นรัชทายาทจึงขึ้นครองบัลลังก์เป็นพระราชาลำดับที่สองแห่งราชวงศ์โชซอนพระนามว่า ‘พระเจ้าจองจง’ (Jeongjong of Joseon: 정종)
            ในปี 1400 ‘อีบังกัน’ (Yi Bang-Gan: 이방간) พี่ชายคนที่สี่ของอีบังวอนก่อการกบฏหวังยึดอำนาจแต่อีบังวอนที่ดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีนำกำลังเข้าปราบปรามใน ‘เหตุการณ์จลาจลขององค์ชายครั้งที่สอง’ (제2차 왕자의 난) อีบังกันพ่ายแพ้และถูกกักตัวไว้ที่เขาโทซาน ส่วนอีบังวอนก็กดดันให้พระเจ้าจองจงแต่งตั้งตนเองเป็นรัชทายาท ด้านพระเจ้าจองจงอดทนต่อไปไม่ไหวที่อีบังวอนมีอำนาจเหนือกว่าจึงตัดสินใจสละราชบัลลังก์ให้อีบังวอนขึ้นครองราชย์เป็น ‘พระเจ้าแทจง’ พระราชาลำดับที่สามแห่งราชวงศ์โชซอน
            เมื่อขึ้นครองราชย์ พระเจ้าแทจงต้องการพิสูจน์ให้บิดาเห็นว่าตนเองเหมาะสมกับตำแหน่งพระราชา พระองค์วางรากฐานการปกครองอาณาจักรโดยมีแบบแผนมาจากจีน เริ่มด้วยการสำรวจสำมะโนประชากร นำเงินกระดาษมาใช้ ส่งเสริมลัทธิขงจื๊อใหม่ สำรวจที่ดินของบรรดาขุนนางที่มักจะแอบซ่อนเพื่อเลี่ยงภาษี รวมทั้งส่งทูตไปถวายพระพรจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศหมิงจนอาณาจักรโชซอนได้รับการยอมรับให้เป็นประเทศราชอย่างเป็นทางการ
            ในปี 1418 พระเจ้าแทจงสละราชบัลลังก์ให้ ‘องค์ชายอีโด’ (Yi Do: 이도) โอรสองค์ที่สามขึ้นครองราชย์เป็นพระราชาลำดับที่สี่แห่งราชวงศ์โชซอนพระนามว่า ‘พระเจ้าเซจงมหาราช’ (Sejong the Great: 세종대왕) ผู้ที่ในเวลาต่อมาได้ประดิษฐ์อักษรเกาหลี ‘ฮันกึล’ ขึ้นมาใช้แทนอักษร ‘ฮันจา’ (อักษรจีน) และเป็นหนึ่งในสองพระมหากษัตริย์ของเกาหลีที่ได้รับสมัญญาว่าเป็นมหาราชร่วมกับ ‘พระเจ้าควังแกโทมหาราช’ (Gwanggaeto the Great: 광개토대왕) แห่งอาณาจักรโคกูรยอ