จักรพรรดินีหลิว (Empress Liu: 劉) สมเด็จพระจักรพรรดินีในจักรพรรดิซ่งเจินจงแห่งราชวงศ์ซ่ง (ซ่งเหนือ) พระนามเต็มว่า "จักรพรรดินีจางเสี้ยนหมิงสู้" (Zhangxian Mingsu Empress: 章獻明肅皇后) จักรพรรดินีหลิวกลายเป็นสตรีคนที่สองในประวัติศาสตร์จีนที่สวมเสื้อคลุมจักรพรรดิต่อจากพระนางบูเช็กเทียน


จักรพรรดินีจางเสี้ยนหมิงสู้ (Zhangxian Mingsu Empress: 章獻明肅皇后)
ภาพประกอบ: Palace of Devotion จอมนางแห่งวังหลัง

พระนางหลิว (หลิวเอ๋อร์) เกิดเมื่อปี 969 นางเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการเลี้ยงดูจากญาติของมารดาจนมีทักษะการร้องรำทำเพลง หลิวเอ๋อร์แต่งงานกับช่างเงินที่พานางไปยังเมืองไคเฟิง ในปี 983 นางถูกสามีขายให้เจ้าหน้าที่ในจวน "องค์ชายจ้าวหยวนซิ่ว" โอรสในจักรพรรดิซ่งไท่จง

จ้าวหยวนซิ่วหลงไหลการร้องรำทำเพลงจึงโปรดปราณหลิวเอ๋อร์อย่างมาก แต่จักรพรรดิซ่งไท่จงไม่ชอบนางทำให้จ้าวหยวนซิ่วส่งนางออกจากจวนเพื่อลดแรงเสียดทาน ต่อมาเมื่อจ้าวหยวนซิ่วขึ้นเป็นจักรพรรดิซ่งเจินจงจึงรับนางกลับมาอยู่ข้างกายและคิดจะตั้งเป็นจักรพรรดินีแต่ถูกเหล่าขุนนางคัดค้าน

พระนางหลิวในวัย 40 ไม่มีทายาทจึงรับ "องค์ชายจ้าวเจิน" โอรสที่เกิดจากจักรพรรดิซ่งเจินจงกับนางหลี่ (คนรับใช้ของพระนางหลิว) พระนางกลายเป็นมเหสีทรงธรรมและได้เลื่อนตำแหน่งเป็นจักรพรรดินีในปี 1012


จักรพรรดินีจางเสี้ยนหมิงสู้ (Zhangxian Mingsu Empress: 章獻明肅皇后)
ภาพประกอบ: Palace of Devotion จอมนางแห่งวังหลัง

พระนางหลิวมีการตัดสินใจที่รวดเร็วและชาญฉลาด สามารถจัดการวังหลังที่วุ่นวายซับซ้อนและเรียนรู้การบริหารงานเมืองจนเป็นที่ประจักษ์ เมื่อจักรพรรดิซ่งเจินจงล้มป่วยลง พระนางหลิวทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการในช่วงปี 1020 - 1022 ต่อมาเมื่อจ้าวเจินครองราชย์เป็นจักรพรรดิซ่งเหรินจง พระนางหลิวยังคงทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการกระทั่งสิ้นพระชนม์ในปี 1033

พระนางหลิวได้รับการยอมรับว่าเป็นจักรพรรดินีและผู้สำเร็จราชการที่มีความสามารถมาก พระนางแต่งตั้งคนมีความรู้ความสามารถให้เข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญและยอมรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าขุนนาง แต่กระนั้นก็ถูกวิจารณ์ว่าแย่งชิงบัลลังก์มาและแต่งตั้งเครือญาติที่ไร้ความสามารถให้มียศมีตำแหน่ง