สะพานมาร์โก โปโล (Marco Polo Bridge) สะพานหินโค้งข้ามแม่น้ำหย่งติ้งทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปักกิ่ง ห่างจากศูนย์กลางประมาณ 15 กิโลเมตร สะพานมาร์โกโปโลเป็นหนึ่งในสี่สะพานโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน (อีกสามแห่งได้แก่ สะพานลั่วหยาง, สะพานอันจี้และสะพานกว่างจี้)


สะพานมาร์โก โปโล (Marco Polo Bridge)
ภาพ: Viator

สะพานมาร์โกโปโลเป็นผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรม ชื่อเดิมว่า "สะพานหลูโกว" (Lugou Bridge: 卢沟桥) เริ่มสร้างเมื่อปี 1189 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1192 สะพานมีความยาว 266.5 เมตร กว้าง 9.3 เมตร มีช่องโค้งใต้สะพาน 11 ช่อง โครงสร้างสะพานทำจากหินแกรนิตจึงมีความแข็งแรงทนทานมาก

บนเสาสะพานมีรูปแกะสลักสิงโตหินหลายร้อยตัวตั้งอยู่เต็มทั้งสองข้าง สิงโตแต่ละตัวมีท่วงท่าและขนาดแตกต่างกัน บันทึกกล่าวว่าเดิมมีสิงโตจำนวน 627 ตัว ส่วนใหญ่แกะสลักขึ้นในสมัยราชวงศ์หยวน หมิงและชิง แต่ปัจจุบันเหลือสิงโตหินอยู่ไม่ถึง 500 ตัว


สะพานหลูโกว (Lugou Bridge: 卢沟桥)
ภาพ: Pixaby

ตำนานกล่าวว่าไม่เคยมีใครสามารถนับจำนวนสิงโตที่แท้จริงได้ โดยเมื่อนับจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งจากนั้นนับย้อนกลับมาจะได้จำนวนสิงโตที่ไม่เท่ากัน เชื่อว่าเป็นเพราะสิงโตมีชีวิตและเล่นซ่อนหาทำให้นับจำนวนได้ไม่ตรงกัน

ชื่อสะพานมาร์โกโปโลมาจาก "มาร์โก โปโล" (Marco Polo) นักเดินทางชาวอิตาลีในช่วงศตวรรษที่ 13 เดินทางมาประเทศจีนแล้วบันทึกชื่นชมความวิจิตรงดงามของสะพานที่มีเพียงไม่กี่แห่งในโลกเอาไว้ในหนังสือของเขาจนสะพานกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

สะพานมาร์โกโปโลเป็นที่รู้จักกันในฐานะจุดเริ่มต้นสงคราม "จีน-ญี่ปุ่น" ครั้งที่สองที่กินเวลานานกว่า 8 ปี โดยกองทัพญี่ปุ่นที่ประจำการอยู่ตรงสะพานแจ้งว่ามีทหารหายไปและต้องการเข้าไปค้นหาในเมือง แต่ฝ่ายจีนปฏิเสธ ทัพญี่ปุ่นจึงระดมยิงและเคลื่อนทัพเข้าเมือง

ด้วยจำนวนกองหนุนของจีนที่มีมากกว่าทำให้ทัพญี่ปุ่นพ่ายแพ้และต้องยอมเจรจาสงบศึก ฝ่ายจีนสามารถยึดสะพานกลับคืนมาได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้จักกันในชื่อ "เหตุการณ์สะพานมาร์โค โปโล" (Marco Polo Bridge Incident: 卢沟桥事变) แม้ว่าสุดท้ายแล้วสงครามระหว่าง "จีน-ญี่ปุ่น" จะยังคงยืดเยื้อต่อไป...