กรุงปักกิ่ง (Beijing: 北京市) มหานครศูนย์กลางความทันสมัยและวัฒนธรรมของประเทศจีน กรุงปักกิ่งมีชื่อในสำเนียงจีนว่า "เป่ยจิง" พื้นที่อันกว้างขวางในเมืองมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากนครเซี่ยงไฮ้ มีสถานะเมืองหลวงของจีนมาอย่างยาวนานหลายราชวงศ์จนถึงยุคปัจจุบัน


พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City)
ภาพ: CNN

พระราชวังต้องห้าม: พระราชวังสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงปักกิ่ง สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับและว่าราชการของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงถึงราชวงศ์ชิง แม้จะผ่านเวลาเนิ่นนานแต่พระราชวังยังคงเต็มไปด้วยมนต์ขลัง พระราชวังต้องห้าม

สวนจิ่งซาน: สวนสาธารณะทางเหนือของพระราชวังต้องห้าม สวนจิ่งซานเป็นอุทยานส่วนพระองค์สมัยราชวงศ์หยวน หมิงและชิง ภายในสวนมีภูเขาห้าลูกที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเป็นจุดชมวิวสำคัญของกรุงปักกิ่ง สวนจิ่งซาน

วัดจื้อฮว่า: สถาปัตยกรรมไม้ตั้งอยู่ในตรอกเงียบสงบ วัดจื้อฮว่ามีความโดดเด่นด้วยหลังคากระเบื้องที่เป็นสีดำ ภายในวัดเป็นที่ตั้งของประติมากรรมโบราณล้ำค่าสมัยราชวงศ์หมิงและวงดนตรีโบราณที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี วัดจื้อฮว่า

อุทยานเป่ยไห่: อุทยานสวนหลวงทางตะวันตกเฉียงเหนือของพระราชวังต้องห้าม เคยเป็นพระราชวังฤดูหนาวของกุบไลข่านแห่งราชวงศ์หยวน มีเจดีย์ขาวที่สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสที่องค์ดาไลลามะเสด็จเยือนกรุงปักกิ่งเป็นครั้งแรก อุทยานเป่ยไห่

จัตุรัสเทียนอันเหมิน: จัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถจุผู้คนได้มากถึงหนึ่งล้านคน รายลอบด้วยสถานที่สำคัญทั้งพิพิธภัณฑ์ สุสานประธานเหมา อนุสาวรีย์ ฯลฯ ในแต่ละปีจะมีการย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จัตุรัสเทียนอันเหมิน


หอสักการะฟ้าเทียนถาน (Temple of Heaven)
ภาพ: Visit Our China

หอสักการะฟ้าเทียนถาน: วิหารบวงสรวงเทพยดาฟ้าดินในสมัยราชวงศ์หมิงและชิงเพื่อให้พืชผลเจริญงอกงาม ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมและการออกแบบภูมิทัศน์ที่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ่งต่ออารยธรรมตะวันออกไกล หอสักการะฟ้าเทียนถาน


หอดูดาวกู่กวงเซี่ยงไถ (Guguan Ancient Observatory)
ภาพ: Randomwire

หอดูดาวกู่กวงเซี่ยงไถ: หอดูดาวโบราณตั้งอยู่บนกำแพงเมืองเก่า สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1442 โดยมิชชันนารีชาวเบลเยี่ยมเพื่อใช้เป็นสถานที่ชมดวงดาวบนท้องฟ้า สะท้อนถึงความก้าวหน้าในงานด้านดาราศาสตร์ของจีนในสมัยโบราณ

วัดลามะ: วัดทิเบตที่สวยที่สุดในเมือง ในอดีตวัดลามะเป็นตำหนักของจักรพรรดิยงเจิ้งในช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งอ๋อง แต่หลังจากขึ้นครองราชย์แล้วจึงดัดแปลงเป็นวัดของลามะจากทิเบตและมองโกล วัดลามะ

วัดหงหลัว: วัดพุทธสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก แต่มีการบูรณะซ่อมแซมและสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งโดยเฉพาะในสมัยราชวงศ์หมิง มีชื่อเสียงในเรื่องดงไผ่ ต้นแปะก๊วยและรูปปั้นอรหันต์ขนาดเท่าตัวจริง วัดหงหลัว


วัดข่งเมี่ยวกับวิทยาลัยหลวงกรุงปักกิ่ง

วัดข่งเมี่ยวกับวิทยาลัยหลวงกรุงปักกิ่ง: วัดขงจื๊อที่มีความสำคัญอันดับสอง (รองจากวัดขงจื๊อในเมืองชวีฟู่) ใช้เป็นสถานที่สักการะขงจื๊อเพื่อชีแนะแนวทางการปกครอง ส่วนวิทยาลัยหลวงถูกดัดแปลงเป็นหอสมุด มีแผ่นศิลาที่จารึกคัมภีร์ของขงจื๊อเก็บเอาไว้

หอกลอง: หอกลองใช้ตีบอกเวลาและผลัดเปลี่ยนเวรยามในสมัยโบราณ หอกลองสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1272 ในสมัยกุบไลข่าน ส่วนหอที่เห็นอยู่ในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี 1420 ในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ หอกลอง

หอระฆัง: หอระฆังใช้ตีบอกเวลาควบคู่กับหอกลอง สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยกุบไลข่าน ส่วนหอระฆังที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในปี 1747 แทนหอเดิมที่ถูกเพลิงไหม้ ภายในมีระฆังใบใหญ่ซึ่งเป็นของเดิมโดยมีน้ำหนักถึง 63 ตัน หอระฆัง


วัดเจดีย์ขาว (White Pagoda Temple)

วัดเมี่ยวอิ้ง: วัดนิกายหมวกเหลืองสร้างในสมัยกุบไลข่าน ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ มีเจดีย์สีขาวองค์ใหญ่ลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมทิเบตบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้านใน วัดเมี่ยวอิ้ง

วัดเมฆขาว: อดีตศูนย์กลางใหญ่ลัทธิเต๋าในเขตภาคเหนือของจีน เคยถูกใช้เป็นพระราชวังของเจงกิสข่าน แต่ต่อมาเจงกิสข่านประทานให้นักพรตและกลายมาเป็นศาสนสถานสำคัญในลัทธิเต๋านับแต่นั้นมา วัดเมฆขาว


วัดฝ่าหยวน (Fayuan Temple)

วัดฝ่าหยวน: วัดฝ่าหยวนซื่อสร้างในสมัยราชวงศ์ถังเพื่ออุทิศแด่ทหารกล้าผู้สละชีพในสงคราม อาคารภายในวัดถูกสร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันกลายเป็นสถานศึกษาพุทธศาสนาสำหรับพระภิกษุ

พระราชวังฤดูร้อน: พระราชวังสร้างในสมัยราชวงศ์จินและได้รับการบูรณะจนกลายเป็นอุทยานสุดอลังการในสมัยพระนางซูสีไทเฮา ภายในพระราชวังมีทั้งส่วนที่เป็นเขา ทะเลสาบและสถาปัตยกรรมอันเป็นสวรรค์ของพระนางซูสีไทเฮา พระราชวังฤดูร้อน

พระราชวังฤดูร้อนเก่า: พระราชวังสร้างในรัชสมัยจักรพรรดิคังซี ต่อมาจักรพรรดิเฉียนหลงโปรดให้นักบวชนิกายเยซูอิตชาวอิตาลีสร้างสวนสไตล์ยุโรปขึ้นในบริเวณพระราชวังทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งผสมระหว่างสถาปัตยกรรมจีนกับตะวันตก พระราชวังฤดูร้อนเก่า


อุทยานเขาหอม (Fragrant Hills Park)
ภาพ: Bridget Coila

อุทยานเขาหอม: สวนสาธารณะบนพื้นที่กว้างขวางและบรรยากาศร่มรื่นไปด้วยพืชพันธุ์เขียวขจี ในอุทยานมีทั้งสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงามและสถาปัตยกรรมโบราณ บนยอดเขาเป็นจุดชมวิวที่สำคัญของกรุงปักกิ่ง


วัดว่อฝอซื่อ (Wofo Temple)

วัดว่อฝอซื่อ: วัดพระพุทธไสยาสน์สร้างในสมัยราชวงศ์ถัง สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางนอนองค์ใหญ่น้ำหนักกว่า 54 ตัน สลักลวดลายงดงามโดยสุดยอดช่างฝีมือดีกว่าเจ็ดพันคนที่อุทิศตัวจนสร้างผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาสำเร็จ

สะพานมาร์โกโปโล: สะพานหินโบราณทอดข้ามแม่น้ำหย่งติ้ง สะพานมาร์โกโปโลเป็นผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรม เรียกชื่อตามนักสำรวจชาวอิตาลีที่เดินทางมาประเทศจีนแล้วชื่นชมความสวยงามของสะพานแห่งนี้เอาไว้ในหนังสือของเขา สะพานมาร์โกโปโล

สุสานราชวงศ์หมิง: สุสานหลวงตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง สุสานราชวงศ์หมิงสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บพระศพจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง 13 พระองค์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิจีนเอาไว้อย่างชัดเจน สุสานราชวงศ์หมิง