เสิ่นหยาง (Shenyang: 沈阳) เมืองเอกของมณฑลเหลียวหนิง แม้ปัจจุบันเมืองเสิ่นหยางจะถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจและการคมนาคมของมณฑลเหลียวหนิง แต่ภายในเมืองก็มีสถานที่สำคัญที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงหลักฐานความยิ่งใหญ่จากการเป็นอดีตเมืองหลวงของประเทศจีน


พระราชวังหลวงเสิ่นหยาง (Shenyang Imperial Palace)

พระราชวังหลวงเสิ่นหยาง (Shenyang Imperial Palace)
            พระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ใจกลางเขตเมืองเก่าซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกปี พระราชวังเสิ่นหยางสร้างเมื่อปี 1625 โครงสร้างมีลักษณะสถาปัตยกรรมผสมระหว่างจีน มองโกเลียและแมนจู ภายในมีอาคารกว่า 300 หลัง แม้พระราชวังจะหมดความยิ่งใหญ่ลงหลังจากกรุงปักกิ่งถูกสถาปนาเป็นเมืองหลวงแต่มนต์ขลังของความเป็นพระราชวังโบราณก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง พระราชวังหลวงเสิ่นหยาง


สุสานจ้าวหลิง (Zhaoling Tomb)

สุสานจ้าวหลิง (Zhaoling Tomb)
            สถานที่ฝังร่างของโอรสหวงไท่อี๋ (Huang Taiji) โอรสองค์ที่แปดของพระเจ้าหนู่เออฮาซื่อในสมัยราชวงศ์ชิง สุสานจ้าวหลิงหรือที่รู้จักกันในชื่อ “สุสานเหนือ” (North Tomb) ตั้งอยู่ในสวนเป่ยหลิง (Beiling Park) สวนสาธารณะที่กว้างที่สุดบริเวณตอนเหนือของเมืองเสิ่นหยาง สุสานนั้นเริ่มสร้างเมื่อปี 1643 ก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ในอีก 8 ปีต่อมาบนพื้นที่ 4.5 ตารางเมตร แม้จะดูยิ่งใหญ่แต่ก็ยังก็ยังเทียบไม่ได้กับสุสานของจักรพรรดิ


สุสานฝูหลิง (Fuling Tomb)

สุสานฝูหลิง (Fuling Tomb)
            ขยับขึ้นมาทางตะวันออกเป็นที่ตั้งสุสานของพระเจ้าหนู่เออฮาซื่อ (Nuerhachi) ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ชิงและพระมเหสี ซึ่งสุสานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2004 สุสานฝูหลิงหรือที่รู้จักกันในชื่อ “สุสานตะวันออก” (East Tomb) ตั้งอยู่ในสวนตงหลิง (Dongling Park) ห่างจากตัวเมืองเสิ่นหยางไปทางตะวันออกราว 8 กิโลเมตร สุสานนั้นเริ่มสร้างเมื่อปี 1629 ลักษณะของสุสานจะคล้ายกับสุสานจ้าวหลิงแต่ว่ามีขนาดเล็กกว่าซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่สุสานของกษัตริย์มีขนาดเล็กกว่าสุสานของคนที่มีฐานะด้อยกว่า