จางจวีเจิ้ง (Zhang Juzheng: 张居正) มหาอำมาตย์ในรัชศกหลงชิ่งและว่านลี่ผู้วางรากฐานการบริหารประเทศสมัยราชวงศ์หมิงจนรุ่งเรือง เรื่องราวของเขาเคยถูกนำมาดัดแปลงเป็นซีรีส์ออกอากาศเมื่อปี 2010 โดยใช้ชื่อว่า "มหาบุรุษ จางจวีเจิ้ง" ซึ่งสามารถถ่ายทอดเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างน่าติดตามและปิดท้ายด้วยความสะเทือนใจของขุนนางภักดีที่อุทิศทั้งชีวิตให้บ้านเมือง


จางจวีเจิ้ง (Zhang Juzheng: 张居正)

จางจวีเจิ้งเกิดเมื่อ 24 พฤษภาคม 1525 ในเมืองเจียงหลิง มณฑลหูเป่ย เขาเป็นผู้ใฝ่ศึกษาและมีปณิธานยิ่งใหญ่ เมื่ออายุ 26 ผันตัวเข้าสู่แวดวงการเมืองในรัชศกหลงชิ่งซึ่งขณะนั้นเต็มไปด้วยการฉ้อราษฎรบังหลวง จางจวีเจิ้งตระหนักได้ว่าการจะเปลี่ยนแปลงประเทศได้จะต้องมีอำนาจเสียก่อน ในตอนแรกเขาร่วมมือกับมหาอำมาตย์เกาก่ง (Gao Gong) ผู้กุมอำนาจในราชสำนัก ต่อมาหันไปร่วมมือกับมหาขันทีเฝิงเป่า (Feng Bao) ด้วยการวิจารณ์เกาก่งให้จักรพรรดินีเสี่ยวติงฟังจนสุดท้ายเกาก่งต้องลาออกจากราชการ

จางจวีเจิ้งขึ้นดำรงตำแหน่งมหาอำมาตย์ต่อจากเกาก่ง แม้เส้นทางการก้าวขึ้นสู่อำนาจจะไม่ขาวสะอาดนักแต่เป็นการทำเพื่อบ้านเมือง จางจวีเจิ้งใช้อำนาจปฏิรูปการบริหารด้วยความเด็ดขาดโดยเล็งเป้าไปที่การจำกัดสิทธิ์หลายประการของบรรดาชนชั้นสูง ราชวงศ์หมิงจึงเริ่มกลับมาสู่เส้นทางของความรุ่งเรือง แต่ขณะเดียวกันก็สร้างความไม่พอใจแก่บรรดาเจ้าขุนมูลนายที่เสียผลประโยชน์


จางจวีเจิ้ง (Zhang Juzheng: 张居正) @ www.chinafetching.com

ในรัชศกว่านลี่ที่ฮ่องเต้ยังทรงพระเยาว์ จางจวีเจิ้งมีบทบาทเป็นทั้งผู้สำเร็จราชการและพระอาจารย์ที่คอยกวดขันชี้แนะโดยมีจักรพรรดินีเสี่ยวติงสนับสนุนส่งเสริม แม้ในวัยเด็กฮ่องเต้ว่านลี่จะเชื่อฟังอาจารย์อย่างดีแต่เมื่อโตขึ้นกลับมีใจใฝ่เสเพลและไม่ต้องการอยู่ภายใต้การควบคุมของจางจวีเจิ้ง ประกอบกับการยุยงจากขันทีคนสนิททำให้ฮ่องเต้ว่านลี่วางแผนกำจัดจางจวีเจิ้งที่กำลังป่วยจากความเหนื่อยล้าจนถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 9 กรกฎาคม 1582 ด้วยวัย 57 ปี


จางจวีเจิ้ง (Zhang Juzheng: 张居正)

ภายหลังการจากไปของมหาอำมาตย์จาง ฮ่องเต้ว่านลี่เริ่มลบล้างทุกสิ่งอย่างที่จางจวีเจิ้งสร้างเอาไว้ด้วยการถอดยศและกวาดล้างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจางจวีเจิ้ง ราชวงศ์หมิงจึงก้าวเข้าสู่ความตกต่ำและเสื่อมโทรม กระทั่งรัชศกฉงเจินที่ฮ่องเต้ต้องการกอบกู้สถานการณ์บ้านเมืองจึงมีการเรียกคืนเกียรติยศทุกอย่างของจางจวีเจิ้งกลับคืนมา แต่เหมือนว่าจะสายเกินไปเนื่องจากความเหลวแหลกที่สั่งสมมาในแต่ละยุคทำให้หลังจากนั้นไม่นานราชวงศ์หมิงก็ถึงคราวล่มสลาย